
ภาษาที่ได้มา จะเอาไปวางตรงไหนของอาชีพ — 4 แบบการใช้งานที่คนทำจริงหลังจบคอร์ส
คำถามที่คนมักถามคือ "เรียนแล้วได้งานไหม" ซึ่งเป็นคำถามที่ไม่มีใครควรตอบแทนเราได้ เพราะงานขึ้นกับสายอาชีพ ประสบการณ์ ตลาดแรงงานในปีนั้น และอีกหลายอย่างที่คอร์สภาษาไม่ได้ควบคุม
คำถามที่ตอบได้และมีประโยชน์กว่าคือ "คนที่ใช้ภาษาจากคอร์สให้เกิดผลกับอาชีพ เขาใช้ยังไง" บทความนี้จัดออกเป็นสี่แบบ ไม่ใช่เพื่อบอกว่าแบบไหนดีที่สุด แต่เพื่อให้เราเลือกได้ว่าจะออกแบบคอร์สและออกแบบเวลาหลังกลับยังไง
ขอวางกติกาไว้ก่อนอ่าน — ทุกแบบด้านล่างคือ รูปแบบการเคลื่อนที่ ไม่ใช่คำรับประกันผลลัพธ์ ไม่มีคอร์สไหนการันตีตำแหน่งงานหรือรายได้ และใครที่โฆษณาแบบนั้นควรถูกตั้งคำถาม
ภาพรวมสี่แบบ
| แบบ | เป้าหมายหลัก | ภาษาที่ต้องเน้น | สิ่งที่มักต้องมีคู่กัน |
|---|---|---|---|
| ต่อยอดในงานเดิม | ทำงานปัจจุบันได้กว้างขึ้น | ภาษาในที่ทำงาน อีเมล ประชุม | ผลงานในงานที่ทำอยู่ |
| ย้ายสายหรือย้ายบริษัท | เปลี่ยนบทบาท | สัมภาษณ์ เล่าประสบการณ์ | ทักษะหลักของสายใหม่ |
| ออกไปทำงานหรือเรียนต่างประเทศ | ย้ายที่อยู่ | ภาษาชีวิตประจำวันและเอกสาร | คุณสมบัติตามระบบของประเทศนั้น |
| ทำของตัวเอง | ขยายลูกค้าหรือคู่ค้า | เจรจา นำเสนอ เขียนขาย | ตัวสินค้าและบริการที่พร้อม |
แบบที่ 1 ต่อยอดในงานเดิม
กลุ่มนี้ไม่ได้อยากย้ายไปไหน แต่รู้ว่าถ้าภาษาดีขึ้น ขอบเขตงานจะกว้างขึ้น เช่น ได้เข้าประชุมกับทีมต่างประเทศ ได้ดูแลลูกค้าต่างชาติ ได้เป็นคนที่ถูกเลือกให้ไปงานแสดงสินค้า
ระหว่างคอร์ส ขอครูให้ใช้เนื้อหาจากงานจริงของเรา เช่น เอาอีเมลที่เคยเขียนมาแก้ด้วยกัน ซ้อมพูดวาระการประชุมของแผนกตัวเอง คำศัพท์เฉพาะทางเป็นสิ่งที่ครูปรับให้ได้ถ้าเราบอกล่วงหน้า
หลังกลับ หาเวทีเล็ก ๆ ในที่ทำงานเพื่อใช้ภาษาให้เห็น เช่น อาสาสรุปการประชุมเป็นภาษาอังกฤษ หรือรับหน้าที่ตอบอีเมลลูกค้าต่างชาติ การใช้ให้คนเห็นสำคัญกว่าการมีทักษะเงียบ ๆ
แบบที่ 2 ย้ายสายหรือย้ายบริษัท
กลุ่มนี้ใช้ภาษาเป็นสะพาน ไม่ใช่เป็นตัวเอกหลัก ตำแหน่งที่ระบุว่าต้องใช้ภาษาอังกฤษมักคัดคนที่สื่อสารได้เข้าไปคุยก่อน แต่คนที่ได้งานยังต้องมีทักษะของสายนั้นอยู่ดี
ระหว่างคอร์ส เน้นสองอย่างคือการเล่าประสบการณ์ตัวเองให้กระชับ และการตอบคำถามเชิงพฤติกรรมที่ใช้ในการสัมภาษณ์ วิธีสร้างสนามซ้อมสัมภาษณ์จากคาบตัวต่อตัวมีอธิบายไว้ใน เตรียมสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ
หลังกลับ อย่าเขียนเรซูเม่ว่า "ไปเรียนภาษามาสามเดือน" เฉย ๆ ให้แปลงเป็นสิ่งที่วัดได้ เช่น สามารถประชุมกับทีมต่างชาติได้ สามารถเขียนเอกสารเป็นภาษาอังกฤษได้ และถ้าจำเป็นต้องใช้คะแนนสอบยื่นประกอบ ให้วางแผนสอบตั้งแต่ระหว่างคอร์ส เพราะความพร้อมจะจางลงตามเวลา
แบบที่ 3 ออกไปทำงานหรือเรียนต่างประเทศ
เส้นทางนี้ยาวที่สุดและมีตัวแปรนอกเหนือจากภาษามากที่สุด ทั้งเรื่องคุณสมบัติ เอกสาร โควตา และกฎของแต่ละประเทศซึ่งเปลี่ยนได้ตลอด ภาษาเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นแต่ไม่เพียงพอ
ระหว่างคอร์ส โฟกัสสองชั้น ชั้นแรกคือภาษาชีวิตประจำวันที่ต้องใช้เอาตัวรอด เช่น หาที่พัก เปิดบัญชี ไปคลินิก ชั้นที่สองคือภาษาเชิงเอกสารและการสอบตามที่ปลายทางกำหนด
หลังกลับหรือก่อนไปต่อ คนกลุ่มนี้จำนวนมากใช้ฟิลิปปินส์เป็นช่วงปูพื้นก่อนไปประเทศที่สอง ซึ่งเป็นแผนที่มีโครงชัดเจนอยู่ใน แผน 2 ประเทศ ส่วนใครที่เล็งวีซ่าทำงานและท่องเที่ยว ควรอ่าน ก่อนบินไปเวิร์คแอนด์ฮอลิเดย์ สปีกกิ้งต้องพร้อมแค่ไหน เพื่อดูว่าระดับที่ต้องใช้จริงหน้าตาเป็นยังไง
และย้ำอีกครั้ง — เงื่อนไขวีซ่าและข้อกำหนดของแต่ละประเทศเปลี่ยนได้ ให้ยึดข้อมูลจากหน่วยงานทางการของประเทศนั้นเป็นหลักเสมอ
แบบที่ 4 ทำของตัวเอง
เจ้าของกิจการ ฟรีแลนซ์ คนขายของออนไลน์ คนทำคอนเทนต์ กลุ่มนี้ใช้ภาษาเพื่อขยายฐานลูกค้าหรือคุยกับซัพพลายเออร์โดยตรง จุดเด่นคือไม่ต้องรอใครอนุมัติ ใช้ได้ทันทีที่กลับ
ระหว่างคอร์ส ซ้อมสถานการณ์จริงของธุรกิจตัวเอง เช่น อธิบายสินค้าในสามสิบวินาที ต่อรองราคา ตอบคำถามที่ลูกค้าถามบ่อย ถ้ามีสคริปต์ภาษาไทยอยู่แล้วให้เอาไปด้วย ครูช่วยแปลงเป็นภาษาที่ฟังแล้วเป็นธรรมชาติได้
หลังกลับ เริ่มจากช่องทางเดียวก่อน เช่น เปิดรับข้อความเป็นภาษาอังกฤษในเพจ แล้วค่อยขยาย การมีลูกค้าต่างชาติหนึ่งรายที่คุยรู้เรื่องมีค่ากว่าการมีโปรไฟล์สองภาษาที่ไม่มีใครทัก
สิ่งที่ทั้งสี่แบบมีเหมือนกัน
- ภาษาไม่ใช่ตัวชี้ขาดเพียงตัวเดียว มันคือตัวคูณของสิ่งที่เรามีอยู่ ใครที่ไม่มีทักษะหลักในสายงาน การเพิ่มภาษาอย่างเดียวมักไม่พอ
- ของจะจางถ้าไม่ใช้ สามเดือนแรกหลังกลับคือช่วงชี้ขาด ควรมีที่ใช้ภาษาแบบเป็นกิจวัตรตั้งแต่สัปดาห์แรก
- หลักฐานสำคัญกว่าเรื่องเล่า ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสอบ ตัวอย่างงานเขียน หรือประสบการณ์ที่อธิบายได้ ให้สะสมไว้ระหว่างคอร์ส อย่ารอมาทำตอนจำเป็น
- ออกแบบคอร์สจากปลายทาง คนที่เป้าหมายคือสัมภาษณ์งาน กับคนที่เป้าหมายคือย้ายประเทศ ควรลงโปรแกรมคนละแบบตั้งแต่แรก ไม่ใช่ลงเหมือนกันแล้วค่อยหวังว่าจะพอดี
คำถามที่พบบ่อย
ถาม ต้องมีคะแนนสอบสากลติดมือไหม
ขึ้นกับปลายทาง บางเส้นทางต้องใช้ บางเส้นทางไม่ต้อง ถ้าจำเป็นควรวางแผนเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนเลือกโปรแกรม เพราะคอร์สติวสอบกับคอร์สสนทนามีโครงคนละแบบ
ถาม เขียนประสบการณ์เรียนภาษาลงเรซูเม่ยังไงไม่ให้ดูว่าไปเที่ยว
ระบุสิ่งที่ทำได้หลังจบ ไม่ใช่ระบุแค่ระยะเวลาและสถานที่ และเตรียมตัวอย่างที่ยกได้จริงตอนถูกถามในห้องสัมภาษณ์
ถาม อายุเยอะแล้วยังคุ้มไหม
คุ้มไม่คุ้มขึ้นกับว่าเอาไปใช้กับอะไร ผู้เรียนวัยทำงานตอนปลายที่ใช้ภาษาต่อยอดในงานเดิมหรือใช้กับธุรกิจของตัวเอง มักเห็นผลเร็วกว่าที่คิด เพราะมีสนามใช้งานอยู่แล้วในมือ
ไม่มีใครบอกได้ว่าเราจะได้อะไรจากคอร์ส แต่เราเลือกได้ว่าจะเตรียมตัวไปเพื่ออะไร อยากให้ช่วยจับเป้าหมายอาชีพให้เข้ากับโปรแกรมที่เหมาะ ปรึกษาเอเจนซี่พาร์ตเนอร์ได้ฟรี ดู รายชื่อเอเจนซี่พาร์ตเนอร์ได้ที่นี่