ถาดอาหารอุ่นสองชุดบนโต๊ะบุฟเฟต์ มีข้าวผัดสีเหลือง สลัดผัก และแตงโมหั่นชิ้น
มื้อในวันธรรมดามักรวมอยู่ในแพ็กเกจแล้ว แต่มื้อวันหยุดคือหนึ่งในช่องที่ต้องตั้งงบเพิ่มเอง
เผยแพร่ · 4 ตุลาคม 2569

ค่าใช้จ่าย เรียนภาษาฟิลิปปินส์ 7 อย่างนอกใบเสนอราคา — เติมให้ครบก่อนตัดสินใจ

ใบเสนอราคาที่เอเจนซี่ส่งมาไม่ได้ผิด และไม่ได้ตั้งใจซ่อนอะไร แต่โดยธรรมชาติของมัน ใบเสนอราคาจะรวมเฉพาะสิ่งที่สถาบันเรียกเก็บล่วงหน้าได้เท่านั้น ส่วนที่เหลือคือ ค่าที่จ่ายหน้างาน และ ค่าที่ขึ้นกับพฤติกรรมของแต่ละคน ซึ่งไม่มีใครใส่ตัวเลขแทนเราได้

คนที่กลับมาแล้วบอกว่า "ใช้เกินงบ" เกือบทั้งหมดไม่ได้ใช้ฟุ่มเฟือย แต่ตั้งงบไว้ไม่ครบตั้งแต่ต้น บทความนี้ไล่ให้ครบเจ็ดช่อง เพื่อให้คุณเติมตัวเลขของตัวเองลงไปได้ก่อนโอนเงิน

1. ค่าธรรมเนียมราชการ

ช่องนี้เป็นตัวเลขที่ชัดเจนที่สุด และควรอยู่ในงบตั้งแต่วันแรก

รายการจำนวนเมื่อไร
SSP₱7,800 ต่อการยื่นหนึ่งครั้งดำเนินการช่วงต้นคอร์ส
ACR I-Card₱4,500เมื่ออยู่เกิน 59 วัน
ต่อวีซ่า₱3,000–6,000 ต่อครั้งเป็นรอบตามระยะเวลาที่อยู่

คิดคร่าว ๆ ที่ 1 USD ≈ 58 เปโซ จะได้ราว 134 USD สำหรับ SSP และราว 78 USD สำหรับ ACR I-Card

จุดที่พลาดกันบ่อย — อย่าคิดว่า SSP จ่ายครั้งเดียวแล้วใช้ได้ตลอด โดยทั่วไปมีอายุราวหกเดือน แต่บางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองออกให้เท่ากับระยะเวลาคอร์สที่ลงทะเบียนไว้ ถ้าต่อคอร์สภายหลังก็อาจต้องยื่นใหม่เต็มจำนวนอีกครั้ง ระเบียบและแนวปฏิบัติเปลี่ยนได้ ควรให้สถาบันยืนยันก่อนวางแผน

2. ค่าที่พักส่วนที่เก็บหน้างาน

หลายสถาบันมีค่าที่เก็บตอนไปถึง เช่นเงินประกันของเสียหาย ค่าน้ำค่าไฟตามการใช้จริง ค่าซักรีดเกินโควตา หรือค่าอินเทอร์เน็ตแบบพิเศษ รายการเหล่านี้ต่างกันไปในแต่ละสถาบันและแต่ละประเภทห้อง จึงควรขอเป็นรายการแยกก่อนเดินทาง อย่ารับคำตอบว่า "ไม่เยอะหรอก"

3. ตำราและอุปกรณ์การเรียน

หนังสือเรียนมักไม่รวมในราคาแพ็กเกจ และจำนวนเล่มขึ้นกับจำนวนวิชาที่ลงและระยะเวลาที่อยู่ คนที่อยู่ยาวและเปลี่ยนระดับกลางคอร์สจะได้หนังสือชุดใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องดีในแง่การเรียน แต่ต้องอยู่ในงบด้วย

4. ค่าอาหารนอกโรงอาหาร

แพ็กเกจแบบพักในแคมปัสส่วนใหญ่รวมมื้ออาหารในวันธรรมดา แต่ วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ของฟิลิปปินส์มักไม่รวม เงื่อนไขนี้ต่างกันไปตามสถาบัน ควรถามให้ชัดว่ากี่มื้อ วันไหนบ้าง

ให้คิดง่าย ๆ ว่าหนึ่งเดือนมีวันหยุดราวแปดถึงสิบวัน คูณด้วยจำนวนมื้อที่ต้องหากินเอง บวกค่ากาแฟและของกินเล่นระหว่างสัปดาห์ ตัวเลขนี้ไม่ใหญ่ต่อครั้งแต่รวมกันแล้วเห็นชัด รายละเอียดเรื่องอาหารในแคมปัสอ่านได้ที่ ข้าวที่สถาบันภาษาคลาร์กกินได้จริงไหม

5. ค่าวันหยุดและการเดินทางในประเทศ

ข้อนี้แปรผันตามคนมากที่สุด บางคนอยู่แคมปัสทั้งเดือน บางคนออกทริปทุกสุดสัปดาห์ ทั้งสองแบบไม่มีถูกผิด แต่ต้องตัดสินใจตั้งแต่ตอนตั้งงบ ไม่ใช่ตอนที่เพื่อนชวน

วิธีที่ได้ผลคือกำหนดจำนวนทริปที่ตั้งใจจะไปตั้งแต่ก่อนบิน เช่นสี่สัปดาห์ไปสองทริป แล้วตั้งงบต่อทริปไว้เป็นก้อน พอเกินก้อนก็ใช้เวลาอยู่ในเมืองแทน วิธีบริหารเงินระหว่างอยู่เขียนไว้แล้วใน เรียนภาษาที่ฟิลิปปินส์ จัดการเงินยังไง

6. ค่าสุขภาพและประกัน

ประกันการเดินทางเป็นค่าใช้จ่ายก่อนบินที่ไม่ควรตัดออก และควรอ่านเงื่อนไขว่าครอบคลุมการรักษาแบบผู้ป่วยนอกหรือไม่ นอกจากนี้ควรกันเงินสดก้อนเล็กไว้สำหรับยาสามัญและการไปพบแพทย์ครั้งหนึ่ง เพราะบางครั้งต้องสำรองจ่ายก่อนแล้วค่อยเคลม บริการทางการแพทย์ที่เข้าถึงได้ต่างกันไปตามพื้นที่และตามสถาบัน ควรถามล่วงหน้าว่ามีระบบพาไปโรงพยาบาลอย่างไร

7. ค่าตั๋วขากลับที่เปลี่ยนแผน

รายการสุดท้ายเป็นค่าที่คนไม่คิดถึงเลยตอนวางแผน คือค่าเปลี่ยนตั๋วเมื่อตัดสินใจอยู่ต่อ หรือค่าน้ำหนักกระเป๋าขากลับที่เพิ่มขึ้นจากของฝากและหนังสือ ตั๋วราคาประหยัดมักเปลี่ยนวันไม่ได้หรือเปลี่ยนแล้วแพงมาก ถ้ามีโอกาสจะต่อคอร์ส ให้เทียบราคาตั๋วแบบเปลี่ยนวันได้ตั้งแต่ตอนซื้อ

ตั้งงบสำรองเท่าไรถึงจะพอ

แนวทางที่ใช้ได้จริงคือ ตั้งงบสำรองเพิ่มจากยอดในใบเสนอราคาไว้ประมาณหนึ่งในห้าถึงหนึ่งในสี่ ของยอดรวมทั้งทริป โดยแยกเป็นสองก้อน — ก้อนแรกคือค่าธรรมเนียมและค่าหน้างานซึ่งเลี่ยงไม่ได้ ก้อนที่สองคือค่าไลฟ์สไตล์ซึ่งควบคุมได้

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าโครงสร้างงบทั้งก้อนหน้าตาเป็นอย่างไร อ่านภาพรวมได้ที่ เรียนภาษาอังกฤษฟิลิปปินส์ 1 เดือน กี่บาท และหัวข้อเรื่องเงินทั้งหมดรวมอยู่ที่ หมวดค่าใช้จ่าย

ขอใบเสนอราคาแบบแยกช่อง พร้อมรายการที่ต้องจ่ายหน้างาน สอบถามฟรีได้ที่ รายชื่อเอเจนซี่พาร์ตเนอร์

หาเอเจนซี่

← กลับไปหน้ารวมบทความ